Automated Author Profileกมลชัย เวทีบูรณะ
กมลชัย เวทีบูรณะ
Current S-Index
Sum of Dataset Indices for all datasets
Average Dataset Index per Dataset
Average Dataset Index per dataset
Total Datasets
Total datasets for this author
Average FAIR Score
Average FAIR Score per dataset
Total Citations
Total citations to the author's datasets
Total Mentions
Total mentions of the author's datasets
S-Index Interpretation
The S-Index (Sharing Index) is a comprehensive metric that represents the cumulative impact of all your datasets. It is calculated as the sum of Dataset Index scores across all your claimed datasets.
What it means:
- A higher S-index indicates greater overall impact of your datasets relative to typical datasets in their fields of research
- The S-Index grows as you add more datasets or as existing datasets gain more citations and mentions
- It provides a single number to track your research data impact over time
Current S-Index: 0.0 (sum of 1 dataset Dataset Index scores)
More information here.
S-Index Over Time
Cumulative Citations Over Time
Cumulative Mentions Over Time
Datasets
ในระบบเศรษฐกิจแบบเสรี (Free economy) นั้น ย่อมเป็นที่รู้กันดีว่าเป็นระบบที่ปล่อยให้กลไกตลาด เป็นตัวขับเคลื่อนและแก้ไขปัญหาของตลาด ดังนั้นหน้าที่ของรัฐจึงมีเพียงการสนับสนุนให้กลไกตลาดสามารถทำงานได้ดีที่สุด เว้นแต่ในขณะนั้นตลาดอยู่ในสภาวะที่ไม่ปกติหรือที่นักเศรษฐศาสตร์เรียกว่า ตลาดอยู่ในสภาวะตลาดล้มเหลว (Market Failure) ซึ่งสภาวะดังกล่าวเป็นสภาวะที่ตลาดไม่มีประสิทธิภาพในการจัดสรรทรัพยากรของสังคม รัฐจึงอาจแทรกแซงกลไกตลาดเพื่อเข้ามาแก้ปัญหานี้สำหรับประเทศไทยนั้น การแทรกแซงกลไกตลาด เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งจนเสมือนเป็นเรื่องปกติ โดยเมื่อฝ่ายใดเดือนร้อนเพราะราคาสินค้าหรือบริการสูงเกิดไป ฝ่ายนั้นก็จะเรียกร้องให้รัฐเข้ากำหนดราคาขั้นสูงสุดหรือกำหนดเพดานราคาเพื่อควบคุมราคาให้ต่ำลง แต่หากฝ่ายใดได้รับความเดือนร้อนเพราะราคาสินค้าหรือบริการราคาต่ำเกินไป ฝ่ายนั้นก็จะเรียกร้องให้รัฐเข้ากำหนดราคาขั้นต่ำเพื่อให้ราคาสินค้าหรือบริการดังกล่าวสูงขึ้น อย่างไรก็ดีแม้การเข้าแทรกแซงกลไกตลาดจะทำให้เกิดประโยชน์แก่ฝ่ายที่เรียกร้องนั้น แต่ในทางตรงกันข้ามการแทรกแซงกลไกตลาดดังกล่าวก็เป็นการผลักภาระให้เกิดขึ้นแก่ฝ่ายตรงข้ามรวมถึงฝ่ายที่เรียกร้องเอง ปัญหาสินค้าขาดแคลน ภาวะตลาดมืด การปรับเปลี่ยนขนาดสินค้า สิ่งเหล่านี้ล้วนเกิดขึ้นจากการแทรกแซงกลไกตลาดซึ่งขัดกับทฤษฎีทางเศรษฐศาสตร์ทั้งสิ้น การแทรกแซงกลไกตลาดในประเทศไทยนั้น รัฐใช้เครื่องมือที่เรียกว่า “พระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542” โดยรัฐสามารถเข้าแทรกแซงได้ในทุกสินค้าหรือบริการที่รัฐ เห็นสมควร และมีมาตรการต่าง ๆ ตามกฎหมายที่ให้อำนาจรัฐใช้ในการแทรกแซงตลาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งมาตรการในการควบคุมราคาสินค้าหรือบริการซึ่งถือเป็นมาตรการสำคัญของกฎหมายฉบับนี้ ดังนั้นกฎหมายฉบับนี้จึงย่อมเป็นกฎหมายที่จำกัดการแข่งขันในตลาด อย่างไรก็ดีในขณะที่ประเทศไทยมีกฎหมายเพื่อให้การแทรกแซงกลไกตลาดเป็นสิ่งที่ทำได้โดยชอบด้วยกฎหมาย ประเทศไทยก็กลับมีพระราชบัญญัติว่าด้วยการแข่งขันทางการค้า พ.ศ.2542 ซึ่งเป็นกฎหมายที่ส่งเสริมให้เกิดการแข่งขันระหว่างผู้ประกอบธุรกิจ รวมถึงสร้างกฏเกณฑ์ในการประกอบธุรกิจระหว่างผู้ประกอบธุรกิจธุรกิจด้วยกันเองเพื่อให้มีการแข่งขันอย่างเสรีและเป็นธรรมบังคับใช้บังคับในขณะเดียวกันด้วย วิทยานิพนธ์ฉบับนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์และศึกษาขอบเขตการบังคับใช้พระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 ให้สอดคล้องกับการใช้บังคับพระราชบัญญัติว่าด้วยการแข่งขันทางการค้า พ.ศ.2542 ซึ่งนานาประเทศถือเป็นธรรมนูญทางเศรษฐกิจของประเทศ โดยผู้เขียนได้ศึกษาจากทฤษฎีและแนวคิดทางเศรษฐศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากกฎหมายทั้งสองฉบับนั้นไม่อาจปฏิเสธถึงความเกี่ยวข้องกับเศรษฐศาสตร์ได้ ตลอดจนศึกษาเปรียบเทียบกฎหมายไทยกับกฎหมายต่างประเทศ และกฎหมายพิเศษอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมราคาสินค้าหรือบริการในประเทศไทยเพื่อให้ได้ข้อสรุปที่ควรจะเป็นในการใช้บังคับกฎหมายทั้งสองให้สอดคล้องกันจากการศึกษาและวิเคราะห์ของผู้เขียน ผู้เขียนเห็นว่ากฎหมายทั้งสองฉบับนั้นมีวัตถุประสงค์ที่ขัดและแย้งกัน และไม่อาจมีกฎหมายฉบับใดที่จะสามารถบรรลุวัตถุประสงค์ของกฎหมายฉบับนั้นได้ หากกฎหมายทั้งสองฉบับยังคงมีการบังคับใช้พร้อมกัน ดังนั้นเพื่อให้สอดคล้องกับทฤษฎีทางเศรษฐศาสตร์และระบบเศรษฐกิจแบบเสรี รัฐจึงจำเป็นต้องบังคับใช้เฉพาะพระราชบัญญัติว่าด้วยการแข่งขันทางการค้า พ.ศ.2542 เป็นการทั่วไปในสถานการณ์ปกติ เพื่อเป็นการส่งเสริมให้กลไกตลาดทำงานและแก้ไขปัญหาของระบบตลาดด้วยตัวเอง ตลอดจนเป็นการส่งเสริมให้เกิดการแข่งขันซึ่งจะนำไปสู่ผลประโยชน์แก่ทุกฝ่าย และยกเว้นให้มีบังคับใช้พระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 เฉพาะในสภาวะที่ตลาดล้มเหลวเพื่อเป็นการคุ้มครองผู้บริโภคในสถานการณ์ดังกล่าวเป็นการชั่วคราวเท่านั้น อีกทั้งการบังคับใช้เช่นนี้จะทำให้พระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 นั้นไม่ขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญซึ่งกฎหมายสูงสุดของประเทศเพราะเนื่องจากรัฐธรรมนูญกำหนดให้รัฐจะต้องสนับสนุนระบบเศรษฐกิจแบบเสรีและเป็นธรรมโดยอาศัยกลไกลตลาดนอกจากนี้จากการศึกษาการบังคับใช้กฎหมายควบคุมราคาของมลรัฐ New York มลรัฐ California สหรัฐอเมริกา และ ประเทศฟิลิปปินส์นั้น พบว่าแม้จะมีการบังคับใช้กฎหมายควบคุมราคาแต่การบังคับใช้นั้นเป็นการบังคับใช้อย่างข้อยกเว้นเช่นกัน ทั้งนี้ไม่ว่าในมลรัฐ New York หรือ มลรัฐ California หรือในประเทศฟิลิปปินส์ ก็ตามการบังคับใช้กฎหมายควบคุมราคานั้นหลักการจะบังคับใช้ก็ต่อเมื่อมีเหตุการณ์ต่าง ๆ ซึ่งล้วนแต่ทำให้เกิดสภาวะตลาดล้มเหลวเกิดขึ้น เท่านั้น ระยะเวลาที่บังคับใช้ก็มีระยะเวลาที่จำกัดมิได้ใช้บังคับเป็นระยะเวลานาน และบังคับใช้เฉพาะกับสินค้าที่จำเป็นต่อการดำรงชีพเท่านั้นในสถานการณ์ดังกล่าวเท่านั้น ดังนั้นจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ประเทศไทยจะต้องจำกัดการใช้พระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 ใช้บังคับภายใต้สถานที่ทำให้เกิดสภาวะตลาดเหลวเท่านั้น มีระยะเวลาจำกัดการบังคับใช้ และบังคับใช้เฉพาะกับสินค้าหรือบริการที่จำเป็นต่อการดำรงชีพในสถานการณ์ดังกล่าวเท่านั้น เพื่อให้การใช้บังคับกฎหมายนี้ทำให้เกิดการแทรกแซงกลไกตลาดให้น้อยที่สุด อีกทั้งหากสินค้าหรือบริการใดที่มีกฎหมายกำกับเป็นการเฉพาะแล้ว ซึ่งโดยปกติสินค้าหรือบริการที่มีกฎหมายเป็นการเฉพาะย่อมต้องเป็นสินค้าหรือบริการที่มีความจำเป็นต่อการดำรงชีพหรืออยู่ในตลาดที่มีการแข่งไม่สมบูรณ์จนทำให้รัฐต้องเข้าไปควบคุมเป็นการเฉพาะนั้น สินค้าหรือบริการเหล่านั้นก็มิควรต้องอยู่ภายใต้พระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 ควรจำกัดให้อยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของกฎหมายเฉพาะของสินค้าหรือบริการเหล่านั้นเพียงเท่านั้น
Authors
- กมลชัย เวทีบูรณะ