Automated Author Profile

กมลชัย เวทีบูรณะ

Current S-Index

0.0

Sum of Dataset Indices for all datasets

Average Dataset Index per Dataset

0.0

Average Dataset Index per dataset

Total Datasets

1

Total datasets for this author

Average FAIR Score

57.7%

Average FAIR Score per dataset

Total Citations

0

Total citations to the author's datasets

Total Mentions

0

Total mentions of the author's datasets

S-Index Interpretation

S-Index Over Time

Cumulative Citations Over Time

Cumulative Mentions Over Time

Datasets

ขอบเขตการใช้บังคับพระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 ให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2542

ในระบบเศรษฐกิจแบบเสรี (Free economy) นั้น ย่อมเป็นที่รู้กันดีว่าเป็นระบบที่ปล่อยให้กลไกตลาด เป็นตัวขับเคลื่อนและแก้ไขปัญหาของตลาด ดังนั้นหน้าที่ของรัฐจึงมีเพียงการสนับสนุนให้กลไกตลาดสามารถทำงานได้ดีที่สุด เว้นแต่ในขณะนั้นตลาดอยู่ในสภาวะที่ไม่ปกติหรือที่นักเศรษฐศาสตร์เรียกว่า ตลาดอยู่ในสภาวะตลาดล้มเหลว (Market Failure) ซึ่งสภาวะดังกล่าวเป็นสภาวะที่ตลาดไม่มีประสิทธิภาพในการจัดสรรทรัพยากรของสังคม รัฐจึงอาจแทรกแซงกลไกตลาดเพื่อเข้ามาแก้ปัญหานี้สำหรับประเทศไทยนั้น การแทรกแซงกลไกตลาด เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งจนเสมือนเป็นเรื่องปกติ โดยเมื่อฝ่ายใดเดือนร้อนเพราะราคาสินค้าหรือบริการสูงเกิดไป ฝ่ายนั้นก็จะเรียกร้องให้รัฐเข้ากำหนดราคาขั้นสูงสุดหรือกำหนดเพดานราคาเพื่อควบคุมราคาให้ต่ำลง แต่หากฝ่ายใดได้รับความเดือนร้อนเพราะราคาสินค้าหรือบริการราคาต่ำเกินไป ฝ่ายนั้นก็จะเรียกร้องให้รัฐเข้ากำหนดราคาขั้นต่ำเพื่อให้ราคาสินค้าหรือบริการดังกล่าวสูงขึ้น อย่างไรก็ดีแม้การเข้าแทรกแซงกลไกตลาดจะทำให้เกิดประโยชน์แก่ฝ่ายที่เรียกร้องนั้น แต่ในทางตรงกันข้ามการแทรกแซงกลไกตลาดดังกล่าวก็เป็นการผลักภาระให้เกิดขึ้นแก่ฝ่ายตรงข้ามรวมถึงฝ่ายที่เรียกร้องเอง ปัญหาสินค้าขาดแคลน ภาวะตลาดมืด การปรับเปลี่ยนขนาดสินค้า สิ่งเหล่านี้ล้วนเกิดขึ้นจากการแทรกแซงกลไกตลาดซึ่งขัดกับทฤษฎีทางเศรษฐศาสตร์ทั้งสิ้น การแทรกแซงกลไกตลาดในประเทศไทยนั้น รัฐใช้เครื่องมือที่เรียกว่า “พระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542” โดยรัฐสามารถเข้าแทรกแซงได้ในทุกสินค้าหรือบริการที่รัฐ เห็นสมควร และมีมาตรการต่าง ๆ ตามกฎหมายที่ให้อำนาจรัฐใช้ในการแทรกแซงตลาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งมาตรการในการควบคุมราคาสินค้าหรือบริการซึ่งถือเป็นมาตรการสำคัญของกฎหมายฉบับนี้ ดังนั้นกฎหมายฉบับนี้จึงย่อมเป็นกฎหมายที่จำกัดการแข่งขันในตลาด อย่างไรก็ดีในขณะที่ประเทศไทยมีกฎหมายเพื่อให้การแทรกแซงกลไกตลาดเป็นสิ่งที่ทำได้โดยชอบด้วยกฎหมาย ประเทศไทยก็กลับมีพระราชบัญญัติว่าด้วยการแข่งขันทางการค้า พ.ศ.2542 ซึ่งเป็นกฎหมายที่ส่งเสริมให้เกิดการแข่งขันระหว่างผู้ประกอบธุรกิจ รวมถึงสร้างกฏเกณฑ์ในการประกอบธุรกิจระหว่างผู้ประกอบธุรกิจธุรกิจด้วยกันเองเพื่อให้มีการแข่งขันอย่างเสรีและเป็นธรรมบังคับใช้บังคับในขณะเดียวกันด้วย วิทยานิพนธ์ฉบับนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์และศึกษาขอบเขตการบังคับใช้พระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 ให้สอดคล้องกับการใช้บังคับพระราชบัญญัติว่าด้วยการแข่งขันทางการค้า พ.ศ.2542 ซึ่งนานาประเทศถือเป็นธรรมนูญทางเศรษฐกิจของประเทศ โดยผู้เขียนได้ศึกษาจากทฤษฎีและแนวคิดทางเศรษฐศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากกฎหมายทั้งสองฉบับนั้นไม่อาจปฏิเสธถึงความเกี่ยวข้องกับเศรษฐศาสตร์ได้ ตลอดจนศึกษาเปรียบเทียบกฎหมายไทยกับกฎหมายต่างประเทศ และกฎหมายพิเศษอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมราคาสินค้าหรือบริการในประเทศไทยเพื่อให้ได้ข้อสรุปที่ควรจะเป็นในการใช้บังคับกฎหมายทั้งสองให้สอดคล้องกันจากการศึกษาและวิเคราะห์ของผู้เขียน ผู้เขียนเห็นว่ากฎหมายทั้งสองฉบับนั้นมีวัตถุประสงค์ที่ขัดและแย้งกัน และไม่อาจมีกฎหมายฉบับใดที่จะสามารถบรรลุวัตถุประสงค์ของกฎหมายฉบับนั้นได้ หากกฎหมายทั้งสองฉบับยังคงมีการบังคับใช้พร้อมกัน ดังนั้นเพื่อให้สอดคล้องกับทฤษฎีทางเศรษฐศาสตร์และระบบเศรษฐกิจแบบเสรี รัฐจึงจำเป็นต้องบังคับใช้เฉพาะพระราชบัญญัติว่าด้วยการแข่งขันทางการค้า พ.ศ.2542 เป็นการทั่วไปในสถานการณ์ปกติ เพื่อเป็นการส่งเสริมให้กลไกตลาดทำงานและแก้ไขปัญหาของระบบตลาดด้วยตัวเอง ตลอดจนเป็นการส่งเสริมให้เกิดการแข่งขันซึ่งจะนำไปสู่ผลประโยชน์แก่ทุกฝ่าย และยกเว้นให้มีบังคับใช้พระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 เฉพาะในสภาวะที่ตลาดล้มเหลวเพื่อเป็นการคุ้มครองผู้บริโภคในสถานการณ์ดังกล่าวเป็นการชั่วคราวเท่านั้น อีกทั้งการบังคับใช้เช่นนี้จะทำให้พระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 นั้นไม่ขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญซึ่งกฎหมายสูงสุดของประเทศเพราะเนื่องจากรัฐธรรมนูญกำหนดให้รัฐจะต้องสนับสนุนระบบเศรษฐกิจแบบเสรีและเป็นธรรมโดยอาศัยกลไกลตลาดนอกจากนี้จากการศึกษาการบังคับใช้กฎหมายควบคุมราคาของมลรัฐ New York มลรัฐ California สหรัฐอเมริกา และ ประเทศฟิลิปปินส์นั้น พบว่าแม้จะมีการบังคับใช้กฎหมายควบคุมราคาแต่การบังคับใช้นั้นเป็นการบังคับใช้อย่างข้อยกเว้นเช่นกัน ทั้งนี้ไม่ว่าในมลรัฐ New York หรือ มลรัฐ California หรือในประเทศฟิลิปปินส์ ก็ตามการบังคับใช้กฎหมายควบคุมราคานั้นหลักการจะบังคับใช้ก็ต่อเมื่อมีเหตุการณ์ต่าง ๆ ซึ่งล้วนแต่ทำให้เกิดสภาวะตลาดล้มเหลวเกิดขึ้น เท่านั้น ระยะเวลาที่บังคับใช้ก็มีระยะเวลาที่จำกัดมิได้ใช้บังคับเป็นระยะเวลานาน และบังคับใช้เฉพาะกับสินค้าที่จำเป็นต่อการดำรงชีพเท่านั้นในสถานการณ์ดังกล่าวเท่านั้น ดังนั้นจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ประเทศไทยจะต้องจำกัดการใช้พระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 ใช้บังคับภายใต้สถานที่ทำให้เกิดสภาวะตลาดเหลวเท่านั้น มีระยะเวลาจำกัดการบังคับใช้ และบังคับใช้เฉพาะกับสินค้าหรือบริการที่จำเป็นต่อการดำรงชีพในสถานการณ์ดังกล่าวเท่านั้น เพื่อให้การใช้บังคับกฎหมายนี้ทำให้เกิดการแทรกแซงกลไกตลาดให้น้อยที่สุด อีกทั้งหากสินค้าหรือบริการใดที่มีกฎหมายกำกับเป็นการเฉพาะแล้ว ซึ่งโดยปกติสินค้าหรือบริการที่มีกฎหมายเป็นการเฉพาะย่อมต้องเป็นสินค้าหรือบริการที่มีความจำเป็นต่อการดำรงชีพหรืออยู่ในตลาดที่มีการแข่งไม่สมบูรณ์จนทำให้รัฐต้องเข้าไปควบคุมเป็นการเฉพาะนั้น สินค้าหรือบริการเหล่านั้นก็มิควรต้องอยู่ภายใต้พระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 ควรจำกัดให้อยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของกฎหมายเฉพาะของสินค้าหรือบริการเหล่านั้นเพียงเท่านั้น

Authors

  • กมลชัย เวทีบูรณะ
0 Citations0 Mentions58% FAIR1.4 Dataset Index
10.14457/tu.the.2015.564January 2558