Automated Author Profile

คเณศ เต็งสุวรรณ์

Current S-Index

0.0

Sum of Dataset Indices for all datasets

Average Dataset Index per Dataset

0.0

Average Dataset Index per dataset

Total Datasets

1

Total datasets for this author

Average FAIR Score

57.7%

Average FAIR Score per dataset

Total Citations

0

Total citations to the author's datasets

Total Mentions

0

Total mentions of the author's datasets

S-Index Interpretation

S-Index Over Time

Cumulative Citations Over Time

Cumulative Mentions Over Time

Datasets

ปัญหาการจัดระบบกฎหมายที่กำหนดความผิดอาญาในประเทศไทย

วิทยานิพนธ์ฉบับนี้ได้ศึกษาถึงปัญหาการจัดระบบกฎหมายที่กำหนดความผิดอาญาในประเทศไทย ซึ่งมีวัตถุประสงค์ที่จะทราบถึงแนวคิดและทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง กฎหมายที่กำหนดความผิดอาญาทั้งในประเทศอังกฤษ ฝรั่งเศส และความเป็นมาของระบบกฎหมายที่กำหนดความผิดอาญาในประเทศไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ทั้งนี้ก็เพื่อที่จะทราบถึงสภาพปัญหาและแนวทางการแก้ไขปัญหาที่จะพัฒนาให้ระบบกฎหมายที่กำหนดความผิดอาญาในประเทศไทยมีประสิทธิภาพ จากการศึกษาประเทศไทยมีปัญหาการจัดระบบกฎหมายที่กำหนดความผิดอาญาดังนี้ 1) ปัญหาการกำหนดความผิดอาญาไว้ในประมวลกฎหมายอาญาที่บัญญัติไม่เป็นหมวดหมู่ เช่น ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 391 มีลักษณะที่กระทบต่อเนื้อตัวร่างกาย กลับบัญญัติไว้ในความผิดลหุโทษ 2) ปัญหากฎหมายอาญาที่มีองค์ประกอบเหมือนกันแต่บัญญัติไว้คนละแห่ง เช่น ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 273 กับพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 มาตรา 108 มีองค์ความผิดใกล้เคียงกันแต่กลับบัญญัติไว้คนละแห่ง 3) ปัญหาระบบกฎหมายที่กำหนดความผิดอาญากับความไม่เป็นเอกภาพในโทษทางอาญา กล่าวคือ เป็นปัญหาที่ความผิดนั้นมีลักษณะของการกระทำความผิดที่ใกล้เคียงกันแต่มีการกำหนดโทษไว้ต่างกันมาก เช่น ความผิดฐานยักยอกทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 355 เป็นความผิดอันยอมความได้ แต่ความผิดตามพระราชบัญญัติโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ. 2504 มาตรา 31 เป็นความผิดอาญาแผ่นดินไม่สามารถยอมความได้ 4) ปัญหากฎหมายอาญาเฟ้อ (Over Criminalization) กล่าวคือ เป็นกรณีที่มีการบัญญัติกฎหมายที่มีโทษทางอาญามากจนเกินไป ซึ่งจากการศึกษาค้นคว้าพบว่าในประเทศไทยมีพระราชบัญญัติและพระราชกำหนดที่กำหนดความผิดอาญาเป็นจำนวนถึง 404 ฉบับ ซึ่งโดยหลักการกำหนดความผิดและโทษทางอาญานั้นจะกระทำได้เฉพาะการกระทำที่กระทบต่อสังคมโดยรวมและจำเป็นอย่างยิ่งยวด อีกทั้งในการกำหนดโทษทางอาญานั้นจะต้องคำนึงถึงหลักความได้สัดส่วน และความสอดคล้องของโทษในกรณีที่เป็นเรื่องในทำนองเดียวกัน สำหรับการกำหนดความผิดอาญาในประเทศอังกฤษซึ่งใช้ระบบคอมมอนลอว์ (common law system) นั้นจะมีความผิดอาญาที่วางหลักโดยศาล (common law offence) และความผิดตามกฎหมายลายลักษณ์อักษร (statutory offence) ส่วนประเทศฝรั่งเศสซึ่งใช้ระบบซีวิลลอว์(civil law system) นั้นจะมีการกำหนดความผิดอาญาไว้ในเป็นลายลักษณ์อักษรเท่านั้น โดยความผิดที่สำคัญจะกำหนดไว้ในรูปแบบประมวลกฎหมาย (code) อีกทั้งการกำหนดความผิดอาญานั้นจะต้องพิจารณาลงไปอีกว่าความผิดใดเป็นความผิดที่ควรบัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายอาญาหรือในพระราชบัญญัติ ซึ่งประเทศในระบบซีวิลลอว์ (Civil law)ความผิดที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายอาญานั้นจะต้องมีลักษณะทั่วๆไป เป็นระบบ และมีข้อความเท้าถึงซึ่งกันและกัน ทั้งนี้ ก็เพื่อให้ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาเป็นพื้นฐานสำคัญของความผิดอาญาทั้งหลาย และมีสภาพบังคับใช้ในทางปฏิบัติ ส่วนความผิดใดที่มิใช่ความผิดหลักก็ให้บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติ ดังนั้น เพื่อที่จะให้กฎหมายที่กำหนดความผิดอาญาในประเทศไทยเป็นระบบมากยิ่งขึ้น ผู้เขียนจึงมีข้อเสนอแนะว่า 1) การร่างกฎหมายที่กำหนดความผิดอาญานั้นควรจะมีหลักเกณฑ์การกำหนดความผิดอาญาเป็นลายลักษณ์อักษรไว้ในรัฐธรรมนูญว่า การกำหนดความผิดอาญานั้นจะทำได้เฉพาะในกรณีที่จำเป็นอย่างยิ่งยวดเท่านั้น และเมื่อเป็นควรเป็นความผิดแล้วหากความผิดใดเป็นความผิดหลักหรือความผิดที่สำคัญควรบัญญัติไว้ในประมวลกฎหมาย ส่วนความผิดใดที่มิใช่ความผิดหลักและเกี่ยวกับการฝ่าฝืนขั้นตอนการปฏิบัติงานของพนักงานเจ้าหน้าที่ก็ควรบัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติ 2) ยกเลิกความผิดอาญาที่มีความซ้ำซ้อนไม่ว่าจะในประมวลกฎหมายอาญาหรือในพระราชบัญญัติ

Authors

  • คเณศ เต็งสุวรรณ์
0 Citations0 Mentions58% FAIR1.4 Dataset Index
10.14457/tu.the.2015.572January 2558