Automated Author Profileคเณศ เต็งสุวรรณ์
คเณศ เต็งสุวรรณ์
Current S-Index
Sum of Dataset Indices for all datasets
Average Dataset Index per Dataset
Average Dataset Index per dataset
Total Datasets
Total datasets for this author
Average FAIR Score
Average FAIR Score per dataset
Total Citations
Total citations to the author's datasets
Total Mentions
Total mentions of the author's datasets
S-Index Interpretation
The S-Index (Sharing Index) is a comprehensive metric that represents the cumulative impact of all your datasets. It is calculated as the sum of Dataset Index scores across all your claimed datasets.
What it means:
- A higher S-index indicates greater overall impact of your datasets relative to typical datasets in their fields of research
- The S-Index grows as you add more datasets or as existing datasets gain more citations and mentions
- It provides a single number to track your research data impact over time
Current S-Index: 0.0 (sum of 1 dataset Dataset Index scores)
More information here.
S-Index Over Time
Cumulative Citations Over Time
Cumulative Mentions Over Time
Datasets
วิทยานิพนธ์ฉบับนี้ได้ศึกษาถึงปัญหาการจัดระบบกฎหมายที่กำหนดความผิดอาญาในประเทศไทย ซึ่งมีวัตถุประสงค์ที่จะทราบถึงแนวคิดและทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง กฎหมายที่กำหนดความผิดอาญาทั้งในประเทศอังกฤษ ฝรั่งเศส และความเป็นมาของระบบกฎหมายที่กำหนดความผิดอาญาในประเทศไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ทั้งนี้ก็เพื่อที่จะทราบถึงสภาพปัญหาและแนวทางการแก้ไขปัญหาที่จะพัฒนาให้ระบบกฎหมายที่กำหนดความผิดอาญาในประเทศไทยมีประสิทธิภาพ จากการศึกษาประเทศไทยมีปัญหาการจัดระบบกฎหมายที่กำหนดความผิดอาญาดังนี้ 1) ปัญหาการกำหนดความผิดอาญาไว้ในประมวลกฎหมายอาญาที่บัญญัติไม่เป็นหมวดหมู่ เช่น ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 391 มีลักษณะที่กระทบต่อเนื้อตัวร่างกาย กลับบัญญัติไว้ในความผิดลหุโทษ 2) ปัญหากฎหมายอาญาที่มีองค์ประกอบเหมือนกันแต่บัญญัติไว้คนละแห่ง เช่น ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 273 กับพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 มาตรา 108 มีองค์ความผิดใกล้เคียงกันแต่กลับบัญญัติไว้คนละแห่ง 3) ปัญหาระบบกฎหมายที่กำหนดความผิดอาญากับความไม่เป็นเอกภาพในโทษทางอาญา กล่าวคือ เป็นปัญหาที่ความผิดนั้นมีลักษณะของการกระทำความผิดที่ใกล้เคียงกันแต่มีการกำหนดโทษไว้ต่างกันมาก เช่น ความผิดฐานยักยอกทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 355 เป็นความผิดอันยอมความได้ แต่ความผิดตามพระราชบัญญัติโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ. 2504 มาตรา 31 เป็นความผิดอาญาแผ่นดินไม่สามารถยอมความได้ 4) ปัญหากฎหมายอาญาเฟ้อ (Over Criminalization) กล่าวคือ เป็นกรณีที่มีการบัญญัติกฎหมายที่มีโทษทางอาญามากจนเกินไป ซึ่งจากการศึกษาค้นคว้าพบว่าในประเทศไทยมีพระราชบัญญัติและพระราชกำหนดที่กำหนดความผิดอาญาเป็นจำนวนถึง 404 ฉบับ ซึ่งโดยหลักการกำหนดความผิดและโทษทางอาญานั้นจะกระทำได้เฉพาะการกระทำที่กระทบต่อสังคมโดยรวมและจำเป็นอย่างยิ่งยวด อีกทั้งในการกำหนดโทษทางอาญานั้นจะต้องคำนึงถึงหลักความได้สัดส่วน และความสอดคล้องของโทษในกรณีที่เป็นเรื่องในทำนองเดียวกัน สำหรับการกำหนดความผิดอาญาในประเทศอังกฤษซึ่งใช้ระบบคอมมอนลอว์ (common law system) นั้นจะมีความผิดอาญาที่วางหลักโดยศาล (common law offence) และความผิดตามกฎหมายลายลักษณ์อักษร (statutory offence) ส่วนประเทศฝรั่งเศสซึ่งใช้ระบบซีวิลลอว์(civil law system) นั้นจะมีการกำหนดความผิดอาญาไว้ในเป็นลายลักษณ์อักษรเท่านั้น โดยความผิดที่สำคัญจะกำหนดไว้ในรูปแบบประมวลกฎหมาย (code) อีกทั้งการกำหนดความผิดอาญานั้นจะต้องพิจารณาลงไปอีกว่าความผิดใดเป็นความผิดที่ควรบัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายอาญาหรือในพระราชบัญญัติ ซึ่งประเทศในระบบซีวิลลอว์ (Civil law)ความผิดที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายอาญานั้นจะต้องมีลักษณะทั่วๆไป เป็นระบบ และมีข้อความเท้าถึงซึ่งกันและกัน ทั้งนี้ ก็เพื่อให้ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาเป็นพื้นฐานสำคัญของความผิดอาญาทั้งหลาย และมีสภาพบังคับใช้ในทางปฏิบัติ ส่วนความผิดใดที่มิใช่ความผิดหลักก็ให้บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติ ดังนั้น เพื่อที่จะให้กฎหมายที่กำหนดความผิดอาญาในประเทศไทยเป็นระบบมากยิ่งขึ้น ผู้เขียนจึงมีข้อเสนอแนะว่า 1) การร่างกฎหมายที่กำหนดความผิดอาญานั้นควรจะมีหลักเกณฑ์การกำหนดความผิดอาญาเป็นลายลักษณ์อักษรไว้ในรัฐธรรมนูญว่า การกำหนดความผิดอาญานั้นจะทำได้เฉพาะในกรณีที่จำเป็นอย่างยิ่งยวดเท่านั้น และเมื่อเป็นควรเป็นความผิดแล้วหากความผิดใดเป็นความผิดหลักหรือความผิดที่สำคัญควรบัญญัติไว้ในประมวลกฎหมาย ส่วนความผิดใดที่มิใช่ความผิดหลักและเกี่ยวกับการฝ่าฝืนขั้นตอนการปฏิบัติงานของพนักงานเจ้าหน้าที่ก็ควรบัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติ 2) ยกเลิกความผิดอาญาที่มีความซ้ำซ้อนไม่ว่าจะในประมวลกฎหมายอาญาหรือในพระราชบัญญัติ
Authors
- คเณศ เต็งสุวรรณ์