Automated Author Profile

อทิตา อมรลักษณานนท์

Current S-Index

0.0

Sum of Dataset Indices for all datasets

Average Dataset Index per Dataset

0.0

Average Dataset Index per dataset

Total Datasets

2

Total datasets for this author

Average FAIR Score

36.5%

Average FAIR Score per dataset

Total Citations

0

Total citations to the author's datasets

Total Mentions

0

Total mentions of the author's datasets

S-Index Interpretation

S-Index Over Time

Cumulative Citations Over Time

Cumulative Mentions Over Time

Datasets

การศึกษาลักษณะการพูดติดขัดและลักษณะทางกลสัทศาสตร์เสียงของกลุ่มคนไทยสูงอายุปรกติ ผู้สูงอายุที่มีภาวะการรู้คิดบกพร่องเล็กน้อย และผู้ป่วยโรคสมองเสื่อมชนิดอัลไซเมอร์

การทำงานของสมองที่เสื่อมถอยลงมักเกิดขึ้นในผู้สูงอายุ นอกจากความจำที่ด้อยลงแล้ว “ภาษาพูด” ยังบ่งบอกถึงลักษณะการทำงานของสมองที่ถดถอยลงตามวัยหรือที่อาจเกิดจากภาวะสมองเสื่อม ดังนั้นการศึกษานี้เป็นการขยายผลจากโครงการวิจัยของ Tantibundhit et al. (2016; 2017) เพื่อศึกษารูปแบบการใช้และความถี่ของการปรากฏของการพูดติดขัด 5 ประเภท คือ ช่วงหยุดแบบเงียบ ช่วงหยุดเติมเสียง การพูดซ้ำ การเพิ่มความยาวเสียง การตรวจสอบตนเอง และลักษณะทางกลสัทศาสตร์เสียงประเภทค่าระยะเวลาที่ใช้ในการพูด 5 ประการ คือ ค่า silent duration, pause rate, speaking rate, articulation rate และ hesitation ratio ที่อาจนำมาใช้จำแนกกลุ่มผู้สูงอายุที่มีการรู้คิดปรกติ (NC) ผู้สูงอายุที่มีภาวะการรู้คิดบกพร่องเล็กน้อย (MCI) และผู้สูงอายุที่เป็นโรคสมองเสื่อมชนิดอัลไซเมอร์ระยะต้น (mild AD) และยังศึกษาว่าความซับซ้อนของเครื่องมือทดสอบชนิดรูปภาพสำหรับบรรยายส่งผลต่อการพูดติดขัดและค่าระยะเวลาที่ใช้ในการพูดหรือไม่ อย่างไร ข้อมูลที่ใช้ศึกษาเป็นเสียงพูดของกลุ่มตัวอย่างที่บรรยายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในภาพที่กำหนดให้จำนวน 2 ภาพ (เวลาโดยเฉลี่ยในการบรรยาย คือ 79.58 วินาทีต่อภาพ/คน) จากกลุ่มตัวอย่าง 3 กลุ่มคือ ผู้สูงอายุปรกติ 10 คน ผู้สูงอายุที่มีภาวะการรู้คิดบกพร่องเล็กน้อย 11 คน และผู้สูงอายุที่เป็นโรคสมองเสื่อมชนิดอัลไซเมอร์ 10 คน การวิเคราะห์เสียงพูดใช้โปรแกรมวิเคราะห์เสียง Praat และวิเคราะห์ค่าความแตกต่างด้วยสถิติการวิเคราะห์ความแปรปรวน (ANOVA) ผลการวิจัยพบค่าเฉลี่ยมากที่สุดของความถี่ที่ปรากฏในการพูดติดขัดทุกประเภทในกลุ่มผู้สูงอายุที่มีภาวะ MCI หรือผู้ป่วยโรค AD อย่างไรก็ดีผลทางสถิติแสดงว่าความแตกต่างของการปรากฏของช่วงหยุดเติมเสียงและการตรวจสอบด้วยตนเองมีนัยสำคัญทางสถิติที่จะจำแนกกลุ่มผู้สูงอายุ MCI และผู้ป่วยโรค AD ออกจากกันได้ ส่วนลักษณะทาง กลสัทศาสตร์เสียงประเภทค่าระยะเวลาที่ใช้ในการพูดแม้จะยังไม่มีความแตกต่างถึงระดับที่มีนัยสำคัญ แต่ก็มีแนวโน้มที่ค่อนข้างเห็นได้ชัดเจนในค่า pause rate และ articulation rate (p=0.117 และ p=0.084 ตามลำดับ) นอกจากนี้ “ระยะเวลาที่ใช้พูดแบบรวมช่วงหยุดแบบเงียบ” ซึ่งเป็นภาพรวมของการพูดต่อเนื่อง แม้จะไม่แสดงนัยสำคัญทางสถิติ แต่ก็มีแนวโน้มแสดงให้เห็นว่าเข้าใกล้การมีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติอย่างมากด้วยเช่นกัน (p = 0.053)ความซับซ้อนของรูปภาพสำหรับบรรยายซึ่งเป็นเครื่องมือวิจัยส่งผลต่อการพูดบรรยายของกลุ่มตัวอย่าง ภาพที่มีความซับซ้อนขององค์ประกอบภาพน้อยและกลุ่มตัวอย่างมีความคุ้นเคยจะทำให้กลุ่มตัวอย่างพูดต่อเนื่องได้จำนวนพยางค์ค่อนข้างมากและมีจำนวน การพูดติดขัดในระดับคำมากกว่า ในขณะที่ภาพที่มีองค์ประกอบภาพค่อนข้างซับซ้อนและกลุ่มตัวอย่างไม่ค่อยคุ้นเคยจะทำให้กลุ่มตัวอย่างพูดต่อเนื่องได้จำนวนพยางค์ลดลงและใช้การพูดติดขัดประเภทการตรวจสอบตนเองมากขึ้น ทั้งนี้การพูดติดขัดมีความเชื่อมโยงกับค่าระยะเวลาที่ใช้ในการพูดโดยรวม ยิ่งใช้การพูดติดขัดมากครั้งก็จะใช้ระยะเวลาในการพูดมากขึ้นตามไปด้วย ผลการวิจัยนี้เป็นประโยชน์ต่อการออกแบบสร้างแบบทดสอบเพื่อช่วยคัดกรองผู้สูงอายุที่มีแนวโน้มเสี่ยงต่อการเกิดภาวะ MCI หรือโรค AD รวมถึงเป็นข้อมูลสำคัญที่ช่วยให้สมาชิกครอบครัวและผู้ใกล้ชิดใช้สังเกตและเฝ้าระวังว่าผู้สูงอายุมีการพูดที่ผิดแปลกไปซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะ MCI หรือโรค AD

Authors

  • อทิตา อมรลักษณานนท์
0 Citations0 Mentions58% FAIR1.4 Dataset Index
10.14457/tu.the.2019.1301January 2562

การเขียนชื่อคนไทยด้วยอักษรโรมัน : ศึกษาเชิงวิเคราะห์เปรียบเทียบ /

No description available

Authors

  • อทิตา อมรลักษณานนท์
0 Citations0 Mentions15% FAIR0.4 Dataset Index
10.14457/tu.the.2007.613January 2550