Automated Author Profile

ภาวิณส์ ช่วงนภาพร

Current S-Index

0.0

Sum of Dataset Indices for all datasets

Average Dataset Index per Dataset

0.0

Average Dataset Index per dataset

Total Datasets

1

Total datasets for this author

Average FAIR Score

57.7%

Average FAIR Score per dataset

Total Citations

0

Total citations to the author's datasets

Total Mentions

0

Total mentions of the author's datasets

S-Index Interpretation

S-Index Over Time

Cumulative Citations Over Time

Cumulative Mentions Over Time

Datasets

การปรับอัตราส่วนราคาต่อกำไรต่ออัตราการเติบโตของกำไร (PEG Ratio) ด้วยอัตราผลตอบแทนเงินปันผล (dividend yield)

อัตราส่วนราคาต่อกำไร ต่ออัตราการเติบโตของกำไร (Price Earnings to Growth Ratio) หรือ PEG Ratio เป็นเครื่องมือในการประเมินมูลค่าหุ้นสามัญแบบสัมพัทธ์ (Relative Valuation Model) ซึ่งคำนึงถึงการเติบโตของกำไรในอนาคตของกิจการ อย่างไรก็ตาม การเติบโตของกำไรในอนาคต ย่อมนำมาซึ่งความเสี่ยงควบคู่กัน ทำให้นักลงทุนที่ใช้ PEG Ratio ในการคัดเลือกหุ้นสามัญเพื่อลงทุนนั้นมีความเสี่ยงสูงขึ้น นอกจากนั้นการคัดเลือกหุ้นสามัญโดยใช้ PEG Ratio ทำให้นักลงทุนพลาดโอกาสในการคัดเลือกหุ้นสามัญอีกประเภทหนึ่ง ซึ่งมีอัตราการเติบโตของกำไรต่ำ แต่สามารถให้ผลตอบแทนแก่นักลงทุนในรูปของเงินปันผล งานวิจัยนี้จึงปรับ PEG Ratio ด้วยอัตราผลตอบแทนเงินปันผล หรือ PEGY Ratio เพื่อให้นักลงทุนมีเครื่องมือในการคัดเลือกหุ้นสามัญที่ครอบคลุม ทั้งหุ้นสามัญที่มีอัตราการเติบโตสูง และอัตราผลตอบแทนเงินปันผลสูง โดยคาดว่าจะสามารถสร้างอัตราผลตอบแทนที่สูงขึ้นแก่นักลงทุน และทำให้ความเสี่ยงในการลงทุนลดลงด้วยจากผลการศึกษา การคัดเลือกหุ้นสามัญในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เพื่อสร้างกลุ่มหลักทรัพย์ ในช่วงปี ค.ศ. 1995-2014 รวมทั้งสิ้น 20 ปี พบว่า PEG Ratio และ PEGY Ratio สามารถสร้างอัตราผลตอบแทนเฉลี่ยได้สูงกว่าอัตราผลตอบแทนเฉลี่ยของตลาด โดยเฉพาะหลังจากช่วงวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจ และ PEG Ratio มีอัตราผลตอบแทนเฉลี่ยสูงกว่า PEGY Ratio แต่มีความเสี่ยงสูงกว่าเช่นกัน นอกจากนั้นหากพิจารณาอัตราผลตอบแทนควบคู่ไปกับความเสี่ยง จะพบว่า PEGY Ratio สามารถสร้างผลตอบแทนที่พิจารณาควบคู่ไปกับความเสี่ยงได้ดีกว่า PEG Ratio รวมถึงดีกว่าตลาด (วัดโดย Sharpe Ratio และ Risk-Adjusted Return) ดังนั้นการนำ PEGY Ratio มาใช้ในการคัดเลือกหุ้นสามัญเพื่อลงทุนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จะช่วยให้นักลงทุนมีเครื่องมือที่ครอบคลุมในการคัดเลือกหุ้นสามัญ เพื่อสร้างอัตราผลตอบแทนที่สูง และมีความเสี่ยงในการลงทุนที่ต่ำลง เหมาะกับแนวคิดการลงทุนสมัยใหม่ที่อัตราผลตอบแทนควรมีการพิจารณาควบคู่ไปกับความเสี่ยง

Authors

  • ภาวิณส์ ช่วงนภาพร
0 Citations0 Mentions58% FAIR0.3 Dataset Index
10.14457/tu.the.2014.4302019