Automated Author Profileจุฑาพัชร เปรมบัญญัติ
จุฑาพัชร เปรมบัญญัติ
Current S-Index
Sum of Dataset Indices for all datasets
Average Dataset Index per Dataset
Average Dataset Index per dataset
Total Datasets
Total datasets for this author
Average FAIR Score
Average FAIR Score per dataset
Total Citations
Total citations to the author's datasets
Total Mentions
Total mentions of the author's datasets
S-Index Interpretation
The S-Index (Sharing Index) is a comprehensive metric that represents the cumulative impact of all your datasets. It is calculated as the sum of Dataset Index scores across all your claimed datasets.
What it means:
- A higher S-index indicates greater overall impact of your datasets relative to typical datasets in their fields of research
- The S-Index grows as you add more datasets or as existing datasets gain more citations and mentions
- It provides a single number to track your research data impact over time
Current S-Index: 0.0 (sum of 1 dataset Dataset Index scores)
More information here.
S-Index Over Time
Cumulative Citations Over Time
Cumulative Mentions Over Time
Datasets
วิทยานิพนธ์ฉบับนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการนำแนวคิดบทสันนิษฐานแห่งการทุจริตในต่างประเทศที่ช่วยลดภาระโจทก์ในการแสวงหาพยานหลักฐานในคดีสินบนซึ่งกระทำได้อย่างยากลำบากมาปรับใช้ในกฎหมายไทยโดยคำนึงถึงความได้สัดส่วน ปัญหาความยากลำบากของการแสวงหาพยานหลักฐานในคดีสินบนนั้น มีที่มาจากลักษณะของการกระทำความผิดซึ่งเกี่ยวข้องกับการใช้อำนาจหน้าที่ของเจ้าพนักงานโดยมีสิ่งจูงใจเป็นทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด เมื่อเจ้าพนักงานผู้มีความรู้ ความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับงานในหน้าที่ และรู้ระเบียบ กฎหมายเป็นอย่างดี เป็นผู้กระทำความผิดเสียเอง จึงรู้วิธีทำลายหลักฐานสำคัญ ไม่ให้สืบสวนความผิดมาถึงตนได้ และเป็นความผิดที่กระทำกันในที่ลับ ผู้ให้และรับสินบนต่างได้รับประโยชน์ซึ่งกันและกัน พยานหลักฐานจึงอยู่ในความครอบครองของผู้กระทำความผิดทั้งสองฝ่าย ถ้าไม่มีฝ่ายใดเปิดเผย ก็ไม่มีผู้ใดล่วงรู้ได้ หรือถ้าหากมีบางคนรู้ก็อาจจะไม่กล้าที่จะให้ข้อมูลเพราะเกรงกลัวอิทธิพลของเจ้าพนักงาน นอกจากนี้ยังเป็นความผิดที่มีความซับซ้อนเพราะอาจเกี่ยวข้องกับเอกสารและบุคคลจำนวนมาก รวมถึงเจ้าพนักงานของรัฐทั้งในและต่างประเทศ ด้วยเหตุดังกล่าวก่อให้เกิดความยากลำบากในการแสวงหาพยานหลักฐานของโจทก์ในการพิสูจน์ความผิดของจำเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลักฐานที่แสดงให้เห็นถึงเจตนาทุจริตของจำเลย บทสันนิษฐานแห่งการทุจริตเป็นแนวคิดที่ให้โจทก์พิสูจน์พยานหลักฐานเพียงบางส่วน กล่าวคือ ให้โจทก์พิสูจน์เฉพาะข้อเท็จจริงที่เป็นองค์ประกอบภายนอกของความผิดฐานสินบนอันเป็นเงื่อนไขแห่งการสันนิษฐานเท่านั้น ส่วนองค์ประกอบภายในที่ว่าจำเลยมีเจตนาทุจริต โจทก์ไม่ต้องพิสูจน์ เพราะเป็นข้อเท็จจริงที่ได้รับการสันนิษฐานจากบทสันนิษฐานแห่งการทุจริตแล้ว อันเป็นการผลักภาระการพิสูจน์บางส่วนให้แก่จำเลยในการพิสูจน์โต้แย้งการสันนิษฐานว่าทุจริตนั้น ผลการศึกษา พบว่าแม้บทสันนิษฐานแห่งการทุจริตจะเป็นการเพิ่มภาระการพิสูจน์ของจำเลย แต่ก็ไม่ขัดต่อหลักการสันนิษฐานไว้ก่อนว่าบริสุทธิ์ ถ้าฝ่ายนิติบัญญัติกำหนดบทสันนิษฐานแห่งการทุจริตโดยสอดคล้องกับหลักข้อจำกัดที่สมเหตุสมผล ซึ่งได้แก่การพิจารณาวัตถุประสงค์และความได้สัดส่วนของประโยชน์ที่สังคมได้รับจากการมีบทสันนิษฐานกับผลกระทบในทางลบต่อสิทธิของจำเลย โดยวิเคราะห์จากหลักความเกี่ยวเนื่องอย่างมีเหตุผล หลักการลดทอนสิทธิเสรีภาพน้อยที่สุด และหลักการตรวจสอบความสมดุลสุดท้าย นอกจากนี้ ยังสอดคล้องกับหลักความสะดวกในการแสวงหาพยานหลักฐาน หลักสิ่งที่ใหญ่กว่าย่อมรวมสิ่งที่เล็กกว่า และหลักการผลักภาระบางส่วนตามคำพิพากษาศาลคอมมอนลอว์และไทย ประกอบกับบทสันนิษฐานแห่งการทุจริตไม่ใช่บทสันนิษฐานเด็ดขาด จำเลยจึงมีโอกาสโต้แย้งบทสันนิษฐานได้ ทั้งนี้ ในการนำบทสันนิษฐานมาปรับใช้กับกฎหมายไทยต้องคำนึงถึงความได้สัดส่วน โดยเห็นว่าควรนำมาใช้เฉพาะกับความผิดฐานให้และรับสินบนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 144, 149, 167 และ 201 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 173 และ 176 และพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2502 มาตรา 6 และเป็นคดีที่อยู่ในอำนาจไต่สวนของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในกรณีที่สำคัญมีผลกระทบอย่างกว้างขวางหรือกรณีมีการไต่สวนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ หรือผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระตาม มาตรา 51 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 รวมถึง กรณีที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ถูกกล่าวหาในความผิดตามมาตราดังกล่าวด้วย
Authors
- จุฑาพัชร เปรมบัญญัติ