Automated Author Profileกานต์สินี ศิริ
กานต์สินี ศิริ
Current S-Index
Sum of Dataset Indices for all datasets
Average Dataset Index per Dataset
Average Dataset Index per dataset
Total Datasets
Total datasets for this author
Average FAIR Score
Average FAIR Score per dataset
Total Citations
Total citations to the author's datasets
Total Mentions
Total mentions of the author's datasets
S-Index Interpretation
The S-Index (Sharing Index) is a comprehensive metric that represents the cumulative impact of all your datasets. It is calculated as the sum of Dataset Index scores across all your claimed datasets.
What it means:
- A higher S-index indicates greater overall impact of your datasets relative to typical datasets in their fields of research
- The S-Index grows as you add more datasets or as existing datasets gain more citations and mentions
- It provides a single number to track your research data impact over time
Current S-Index: 0.0 (sum of 1 dataset Dataset Index scores)
More information here.
S-Index Over Time
Cumulative Citations Over Time
Cumulative Mentions Over Time
Datasets
พระราชบัญญัติความเท่าเทียมระหว่างเพศ พ.ศ. 2558 ถือเป็นกฎหมายว่าด้วยหลักความเสมอภาคทางเพศฉบับแรกในระบบกฎหมายไทยที่มีผลบังคับใช้ต่อความสัมพันธ์ในแดนกฎหมายเอกชน กฎหมายฉบับนี้จึงแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของหลักความเสมอภาคในระบบกฎหมายที่มีค่าบังคับเป็นหลักกฎหมายทั่วไป และผลบังคับดั้งเดิมของหลักความเสมอภาคที่มีอยู่ตามธรรมชาติและปราศจากซึ่งพรมแดน จากความเข้าใจเดิมที่ว่า หลักกความเสมอภาคมีผลบังคับใช้เฉพาะในแดนกฎหมายมหาชนเท่านั้น อย่างไรก็ตาม สำหรับระบบกฎหมายที่ยึดถือแนวคิดการแบ่งแยกแดนกฎหมายและแนวคิดรัฐธรรมนูญนิยม การรับรองและคุ้มครองหลักความเสมอภาคในฐานะสิทธิขั้นพื้นฐานนั้น ตามความเข้าใจทั่วไปแล้วยังมีผลจำกัดขอบเขตอยู่เฉพาะแต่ในแดนกฎหมายมหาชนเท่านั้น ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อสภาพและเนื้อหาของสิทธิในความเสมอภาคกลายเป็นมาตรฐานแห่งการใช้อำนาจรัฐจึงถือได้ว่ากฎหมายฉบับนี้ไม่เพียงแสดงให้เห็นถึงผลบังคับของหลักความเสมอภาคภายนอกขอบเขตดังกล่าวเท่านั้น หากแต่ยังเป็นการทำลายหลักความอิสระในทางแพ่งซึ่งเป็นพื้นฐานแห่งความสัมพันธ์ต่าง ๆ ในแดนกฎหมายเอกชนลงด้วย ทั้งนี้ เมื่อไม่ปรากฏบรรทัดฐานในทางกฎหมายของหลักความเสมอภาคในแดนกฎหมายเอกชนอย่างเป็นรูปธรรม ดังเช่นกรณีหลักสุจริต หลักความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือหลักกฎหมายแพ่งทั่วไปอื่น ๆ ย่อมหมายความว่า การบังคับใช้หลักความเสมอภาคมิได้เป็นไปในลักษณะของผลบังคับที่เกิดขึ้นจากภายในแดนกฎหมายนี้เอง แต่เป็นการที่หลักความเสมอภาคในแดนกฎหมายมหาชนได้เข้ามามีผลบังคับใช้ในแดนกฎหมายเอกชน โดยลักษณะแห่งผลบังคับดังกล่าวนั้นคงเป็นได้แค่เพียงผลผูกพันทุติยภูมิหรือผลผูกพันโดยอ้อมของหลักความเสมอภาคในรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นผลต่อเนื่องมาจากผลผูกพันปฐมภูมิหรือผลผูกพันโดยตรงของหลักการนี้ต่อการใช้อำนาจรัฐ เมื่อหลักความเสมอภาคในแดนกฎหมายเอกชนก่อให้เกิดมาตรฐานแห่งการกระทำของเอกชน การรับรองและคุ้มครองสิทธิในความเสมอภาคของเอกชนผู้หนึ่งจึงอาจมีผลเป็นการจำกัดผลบังคับสิทธิขั้นพื้นฐานเดียวกันนี้หรือประเภทอื่นของเอกชนผู้อื่นในเวลาเดียวกันด้วย ผลจากการปะทะกันของสิทธิขั้นพื้นฐานนี้ย่อมนำพามาซึ่งปัญหาต่าง ๆ ในการบังคับใช้หลักความเสมอภาคในแดนกฎหมายเอกชน โดยรัฐมีหน้าที่ชั่งน้ำหนักการคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานของทุกฝ่าย ภายใต้ข้อเรียกร้องผลบังคับอย่างมากที่สุดของทุกสิทธิขั้นพื้นฐานนั้น โดยไม่อาจลดทอนผลบังคับของสิทธิขั้นพื้นฐานใดลงอย่างสิ้นเชิงได้ และผลแห่งการชั่งน้ำหนักที่เหมาะสมที่สุดจะกลายมาเป็นขอบเขตผลบังคับของหลักความเสมอภาคที่ “ควรจะเป็น” ในแดนกฎหมายเอกชน อย่างไรก็ตาม ขอบเขตดังกล่าวอาจแตกต่างกันไปในแต่ละสังคม เพราะนอกจากการคำนึงถึงรูปแบบและลักษณะของความสัมพันธ์ระหว่างเอกชนด้วยกันแล้ว รัฐจำเป็นจะต้องนำเอาความคิดเห็นส่วนใหญ่ของสังคม ณ ช่วงเวลานั้นมาพิจารณาประกอบการชั่งน้ำหนักการคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานที่ปะทะกัน เพื่อนำพาความเป็นธรรมให้แก่เอกชนทุกฝ่ายมากที่สุดจากการศึกษาเปรียบเทียบการบังคับใช้หลักความเสมอภาคในแดนกฎหมายเอกชนในระบบกฎหมายเยอรมัน ฝรั่งเศส และไทย สามารถแสดงให้เห็นถึงประเด็นปัญหาของระบบกฎหมายไทย ได้แก่ 1) ปัญหาการบังคับใช้บรรดากฎหมายว่าด้วยหลักความเสมอภาคเฉพาะเรื่องที่มีผลบังคับทับซ้อนกัน 2) ปัญหาเกี่ยวกับข้อจำกัดแห่งเนื้อหาของหลักการไม่เลือกปฏิบัติในพระราชบัญญัติความเท่าเทียมระหว่างเพศฯ ไม่ว่าจะเป็นลักษณะแห่งการกระทำอันเป็นการเลือกปฏิบัติ ขอบเขตบุคคลและเนื้อหาที่เกี่ยวข้อง ข้อยกเว้น การกระทำในเชิงบวก องค์กรด้านการคุ้มครองความเสมอภาค หรือผลแห่งการละเมิดหลักความเสมอภาค 3) ปัญหาการบังคับใช้พระราชบัญญัติความเท่าเทียมระหว่างเพศฯ ในทางปฏิบัติ ซึ่งเป็นผลต่อเนื่องจากปัญหาทั้งสองประการข้างต้น ด้วยเหตุนี้ แม้ว่าพระราชบัญญัติความเท่าเทียมระหว่างเพศฯ จะถือเป็นก้าวย่างแรกแห่งความพยายามอย่างจริงจังในการรับรองและคุ้มครองหลักความเสมอภาคในแดนกฎหมายเอกชนไทย แต่ปัญหาในเชิงโครงสร้างการคุ้มครองที่ไร้ซึ่งการบังคับใช้กฎหมายทั่วไปว่าด้วยหลักความเสมอภาค ทั้งความซ้ำร้ายจากข้อบกพร่องของกฎหมายเฉพาะต่าง ๆ ที่บังคับใช้ในปัจจุบันนั้น ย่อมไม่สามารถนำพาให้เกิดความเสมอภาคที่แท้จริงได้
Authors
- กานต์สินี ศิริ