Automated Author Profile

พินิดดา ชะอุ่มผล

Current S-Index

0.0

Sum of Dataset Indices for all datasets

Average Dataset Index per Dataset

0.0

Average Dataset Index per dataset

Total Datasets

2

Total datasets for this author

Average FAIR Score

36.5%

Average FAIR Score per dataset

Total Citations

0

Total citations to the author's datasets

Total Mentions

0

Total mentions of the author's datasets

S-Index Interpretation

S-Index Over Time

Cumulative Citations Over Time

Cumulative Mentions Over Time

Datasets

การศึกษา cysteinyl leukotriene ในผู้ป่วยเด็กเล็กที่มีภาวะหอบเฉียบพลันหายใจมีเสียงวี้ดและมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้น

การอักเสบของทางเดินหายใจที่ทำให้เกิดภาวะหอบเฉียบพลันหายใจมีเสียงวี้ดและภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้นนั้น มีสาร cysteinyl leukotriene เป็นสารตัวการหลักที่มีบทบาทสำคัญ ซึ่งการศึกษาครั้งนี้ วัดระดับความเข้มข้นของ urinary leukotriene E4/ creatinine (uLTE4 / cr) จากน้ำปัสสาวะในเด็กเล็กปกติทั่วไปที่ไม่มีภาวะภูมิแพ้ ในเด็กเล็กที่มีภาวะหอบเฉียบพลันหายใจมีเสียงวี้ด และมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้น รวมถึงวัดความเข้มข้นของ tissue cysteinyl leukotriene / total protein(CysLT/ total protein) จากเนื้อเยื่อต่อมทอนซิลและเนื้อเยื่อต่อมอะดินอยด์ที่ได้มาจากการผ่าตัดผลการศึกษาระดับ urinary leukotriene E4 ของผู้ป่วยเด็กเล็กที่มีภาวะหอบเฉียบพลันหายใจมีเสียงวี้ดทั้ง first wheezing และ recurrent wheezing เปรียบเทียบกับกลุ่มเด็กเล็กปกติที่ไม่มีภาวะภูมิแพ้พบว่ามีค่ามัธยฐานกลาง (median) ของกลุ่มควบคุมหรือกลุ่มเด็กปกติที่ไม่มีภาวะภูมิแพ้อยู่ที่ 1,025.76 pg/mg (range: 205.78 – 3,527.33) เมื่อเทียบกับค่าในผู้ป่วยเด็กเล็ก first wheezing ที่มีค่าเท่ากับ 1,222.12 pg/mg (range: 204.64 – 4,032.0) และในผู้ป่วยเด็กเล็ก recurrent wheezing ที่มีค่าเท่ากับ 798.05pg/mg (range: 83.38 – 6,668.00) พบว่าไม่มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติจากผลการศึกษาเพื่อหาความสัมพันธ์ของค่าระดับความเข้มข้นของ uLTE4/crในปัสสาวะของเด็กที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้น ก่อนการผ่าตัดและหลังการผ่าตัดผ่านไปหนึ่งเดือน จะได้ค่าเฉลี่ยของระดับความเข้มข้น uLTE4/crก่อนผ่าตัดที่ 1,073.97±525.36 pg/mg และค่ามัธยฐานก่อนการผ่าตัดที่ 950.13 และได้ค่าเฉลี่ยของระดับความเข้มข้น uLTE4/crหลังผ่าตัดที่ 996.32±730.27 pg/mg และค่ามัธยฐานหลังการผ่าตัดที่ 708.56 pg/mg ซึ่งมีแนวโน้มว่าค่าที่ตรวจพบหลังการผ่าตัดจะมีค่าเฉลี่ยน้อยลง อย่างไรก็ตามเมื่อนำมาหาค่าความแตกต่างทางสถิติพบว่ายังไม่มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญ (p-value=0.486)ซึ่งเมื่อวัดความเข้มข้นของ tissue cysteinyl leukotriene / total protein จากเนื้อเยื่อต่อมทอนซิล(n=36) ได้ค่าเท่ากับ 389.93 ± 29.59 pg/mg proteinจากเนื้อเยื่อต่อมอะดินอยด์ได้ค่าเท่ากับ 473.11 ± 68.58 pg/mg proteinจากนั้นหาความสัมพันธ์ระหว่างค่า leukotriene E4 จากน้ำปัสสาวะและค่า cysteinyl leukotriene จากเนื้อเยื่อต่อมทอนซิลและเนื้อเยื่อต่อมอะดินอยด์ จากตัวอย่างเดียวกันได้ความสัมพันธ์ในทางเดียวกันเฉพาะเนื้อเยื่อต่อมอะดินอยด์เท่านั้นมีค่า r=0.403 และเมื่อศึกษาระดับcysteinyl leukotriene ในเนื้อเยื่อต่อมทอนซิลแบ่งแยกตามระดับความรุนแรงของอาการพบว่าเด็กที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้น ในกลุ่มเด็กที่ไม่มีความรุนแรงมีค่าเท่ากับ 328.88 ± 0; กลุ่มเด็กรุนแรงน้อย454.97 ± 176.22; กลุ่มเด็กรุนแรงปานกลาง 362.84 ± 134.34 และกลุ่มเด็กรุนแรงมาก 311.95 ± 156.13 pg/mg protein (n=28)ซึ่งไม่มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญเช่นเดียวกันกับการศึกษาค่านี้ในเนื้อเยื่อต่อมอะดินอยด์แบ่งแยกตามระดับความรุนแรงของอาการพบว่าในกลุ่มเด็กไม่มีความรุนแรงมีค่า 239.15 ± 0; กลุ่มเด็กรุนแรงน้อย539.94 ± 340.94; กลุ่มเด็กรุนแรงปานกลาง 381.34 ± 107.07และกลุ่มเด็กรุนแรงมาก 371.3 ± 168.75 pg/mg protein ตามลำดับซึ่งไม่มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญในเด็กเล็กที่มีภาวะเฉียบพลันหายใจมีเสียงวี้ดและเด็กที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้นพบว่าระดับความเข้มข้นของuLTE4 ไม่ได้มีค่าสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แต่เมื่อหาความสัมพันธ์ระหว่างuLTE4 และ cysteinyl leukotriene จากเนื้อเยื่อต่อมอะดินอยด์พบว่ามีความสัมพันธ์ในทางเดียวกัน

Authors

  • พินิดดา ชะอุ่มผล
0 Citations0 Mentions58% FAIR0.3 Dataset Index
10.14457/tu.the.2017.13132019

ความแม่นยำของวิธีการสุ่มตัวอย่างแบบสามกรอบสี่เหลี่ยม สำหรับการวัดเชิงโครงสร้างของเส้นใยประสาท ที่มีปลอกหุ้มในเส้นประสาทชูรัลของมนุษย์ /

No description available

Authors

  • พินิดดา ชะอุ่มผล
0 Citations0 Mentions15% FAIR0.1 Dataset Index
10.14457/cu.the.2005.2452017