Automated Author Profileพินิดดา ชะอุ่มผล
พินิดดา ชะอุ่มผล
Current S-Index
Sum of Dataset Indices for all datasets
Average Dataset Index per Dataset
Average Dataset Index per dataset
Total Datasets
Total datasets for this author
Average FAIR Score
Average FAIR Score per dataset
Total Citations
Total citations to the author's datasets
Total Mentions
Total mentions of the author's datasets
S-Index Interpretation
The S-Index (Sharing Index) is a comprehensive metric that represents the cumulative impact of all your datasets. It is calculated as the sum of Dataset Index scores across all your claimed datasets.
What it means:
- A higher S-index indicates greater overall impact of your datasets relative to typical datasets in their fields of research
- The S-Index grows as you add more datasets or as existing datasets gain more citations and mentions
- It provides a single number to track your research data impact over time
Current S-Index: 0.0 (sum of 2 datasets Dataset Index scores)
More information here.
S-Index Over Time
Cumulative Citations Over Time
Cumulative Mentions Over Time
Datasets
การอักเสบของทางเดินหายใจที่ทำให้เกิดภาวะหอบเฉียบพลันหายใจมีเสียงวี้ดและภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้นนั้น มีสาร cysteinyl leukotriene เป็นสารตัวการหลักที่มีบทบาทสำคัญ ซึ่งการศึกษาครั้งนี้ วัดระดับความเข้มข้นของ urinary leukotriene E4/ creatinine (uLTE4 / cr) จากน้ำปัสสาวะในเด็กเล็กปกติทั่วไปที่ไม่มีภาวะภูมิแพ้ ในเด็กเล็กที่มีภาวะหอบเฉียบพลันหายใจมีเสียงวี้ด และมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้น รวมถึงวัดความเข้มข้นของ tissue cysteinyl leukotriene / total protein(CysLT/ total protein) จากเนื้อเยื่อต่อมทอนซิลและเนื้อเยื่อต่อมอะดินอยด์ที่ได้มาจากการผ่าตัดผลการศึกษาระดับ urinary leukotriene E4 ของผู้ป่วยเด็กเล็กที่มีภาวะหอบเฉียบพลันหายใจมีเสียงวี้ดทั้ง first wheezing และ recurrent wheezing เปรียบเทียบกับกลุ่มเด็กเล็กปกติที่ไม่มีภาวะภูมิแพ้พบว่ามีค่ามัธยฐานกลาง (median) ของกลุ่มควบคุมหรือกลุ่มเด็กปกติที่ไม่มีภาวะภูมิแพ้อยู่ที่ 1,025.76 pg/mg (range: 205.78 – 3,527.33) เมื่อเทียบกับค่าในผู้ป่วยเด็กเล็ก first wheezing ที่มีค่าเท่ากับ 1,222.12 pg/mg (range: 204.64 – 4,032.0) และในผู้ป่วยเด็กเล็ก recurrent wheezing ที่มีค่าเท่ากับ 798.05pg/mg (range: 83.38 – 6,668.00) พบว่าไม่มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติจากผลการศึกษาเพื่อหาความสัมพันธ์ของค่าระดับความเข้มข้นของ uLTE4/crในปัสสาวะของเด็กที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้น ก่อนการผ่าตัดและหลังการผ่าตัดผ่านไปหนึ่งเดือน จะได้ค่าเฉลี่ยของระดับความเข้มข้น uLTE4/crก่อนผ่าตัดที่ 1,073.97±525.36 pg/mg และค่ามัธยฐานก่อนการผ่าตัดที่ 950.13 และได้ค่าเฉลี่ยของระดับความเข้มข้น uLTE4/crหลังผ่าตัดที่ 996.32±730.27 pg/mg และค่ามัธยฐานหลังการผ่าตัดที่ 708.56 pg/mg ซึ่งมีแนวโน้มว่าค่าที่ตรวจพบหลังการผ่าตัดจะมีค่าเฉลี่ยน้อยลง อย่างไรก็ตามเมื่อนำมาหาค่าความแตกต่างทางสถิติพบว่ายังไม่มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญ (p-value=0.486)ซึ่งเมื่อวัดความเข้มข้นของ tissue cysteinyl leukotriene / total protein จากเนื้อเยื่อต่อมทอนซิล(n=36) ได้ค่าเท่ากับ 389.93 ± 29.59 pg/mg proteinจากเนื้อเยื่อต่อมอะดินอยด์ได้ค่าเท่ากับ 473.11 ± 68.58 pg/mg proteinจากนั้นหาความสัมพันธ์ระหว่างค่า leukotriene E4 จากน้ำปัสสาวะและค่า cysteinyl leukotriene จากเนื้อเยื่อต่อมทอนซิลและเนื้อเยื่อต่อมอะดินอยด์ จากตัวอย่างเดียวกันได้ความสัมพันธ์ในทางเดียวกันเฉพาะเนื้อเยื่อต่อมอะดินอยด์เท่านั้นมีค่า r=0.403 และเมื่อศึกษาระดับcysteinyl leukotriene ในเนื้อเยื่อต่อมทอนซิลแบ่งแยกตามระดับความรุนแรงของอาการพบว่าเด็กที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้น ในกลุ่มเด็กที่ไม่มีความรุนแรงมีค่าเท่ากับ 328.88 ± 0; กลุ่มเด็กรุนแรงน้อย454.97 ± 176.22; กลุ่มเด็กรุนแรงปานกลาง 362.84 ± 134.34 และกลุ่มเด็กรุนแรงมาก 311.95 ± 156.13 pg/mg protein (n=28)ซึ่งไม่มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญเช่นเดียวกันกับการศึกษาค่านี้ในเนื้อเยื่อต่อมอะดินอยด์แบ่งแยกตามระดับความรุนแรงของอาการพบว่าในกลุ่มเด็กไม่มีความรุนแรงมีค่า 239.15 ± 0; กลุ่มเด็กรุนแรงน้อย539.94 ± 340.94; กลุ่มเด็กรุนแรงปานกลาง 381.34 ± 107.07และกลุ่มเด็กรุนแรงมาก 371.3 ± 168.75 pg/mg protein ตามลำดับซึ่งไม่มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญในเด็กเล็กที่มีภาวะเฉียบพลันหายใจมีเสียงวี้ดและเด็กที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้นพบว่าระดับความเข้มข้นของuLTE4 ไม่ได้มีค่าสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แต่เมื่อหาความสัมพันธ์ระหว่างuLTE4 และ cysteinyl leukotriene จากเนื้อเยื่อต่อมอะดินอยด์พบว่ามีความสัมพันธ์ในทางเดียวกัน
Authors
- พินิดดา ชะอุ่มผล