มาตรการทางกฎหมายในการแก้ไขปัญหาข้อพิพาทระหว่างช้างป่ากับคน: ศึกษากรณีพื้นที่อุทยานแห่งชาติป่าเขาใหญ่-ดงพญาเย็น
Description
ปัญหาความขัดแย้งระหว่างช้างป่ากับคนในประเทศไทยถือเป็นปัญหาที่มีมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน แม้ภาครัฐจะพยายามหาแนวทางแก้ไขปัญหาเพื่อยุติปัญหาดังกล่าว แต่ด้วยการเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติที่เกิดจากความเจริญเติบโตของเมือง และจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ช้างป่าสูญเสียถิ่นที่อยู่อาศัย และเกิดปัญหาการเข้าไปหากินในพื้นที่เพาะปลูกทางการเกษตรจนเกิดปัญหาการทำร้ายคนและทรัพย์สินขอคนในพื้นที่ นับเป็นปัญหาสำคัญที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องหาแนวทางในการแก้ไขเพื่อจัดการให้คนกับช้างป่าอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความยั่งยืนสำหรับในต่างประเทศทั้งในสาธารณรัฐอินเดียและสาธารณรัฐประชาชนจีนประสบ ปัญหาความขัดแย้งระหว่างช้างป่ากับคนเช่นกันและมีสภาพปัญหาที่รุนแรงมากกว่าประเทศไทย โดยในสาธารณรัฐอินเดียและสาธารณรัฐประชาชนจีนมีการกำหนดสถานะทางกฎหมายของสัตว์ป่าให้ เป็นทรัพยากรของรัฐ ซึ่งการกำหนดสถานะดังกล่าวส่งผลให้รัฐจะต้องรับผิดชอบในความเสียหายที่เกิดจากสัตว์ป่ารวมถึงช้างป่าด้วย ซึ่งสาธารณรัฐอินเดียและสาธารณรัฐประชาชนจีนมีการแก้ไขปัญหา ความขัดแย้งระหว่างช้างป่ากับคนที่แตกต่างกัน โดยในสาธารณรัฐอินเดียมีมาตรการทางกฎหมายเพื่อแก้ไขปัญหาช้างป่าภายใต้พระราชบัญญัติคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2515 (The Wildlife Protection Act, 1972) ที่มีการกำหนดพื้นที่คุ้มครองพิเศษสำหรับช้างป่าและให้ประชาชนทุกคนที่อยู่อาศัยอยู่ในรัศมี 10 กิโลเมตร รอบพื้นที่คุ้มครองพิเศษหรืออุทยานแห่งชาติจะต้องขึ้นทะเบียนการอยู่อาศัย ทั้งนี้เพื่อแก้ปัญหาความขัดแย้งระหว่างช้างป่ากับคนและในสาธารณรัฐประชาชนจีนมีพระราชบัญญัติว่าด้วยการคุ้มครองสัตว์ป่า ค.ศ. 1998 (Law of the People's Republic of China on the Protection of Wildlife 1988) ที่ใช้ในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งระหว่างช้างป่ากับคน โดยกำหนดให้ทรัพยากรสัตว์ป่าเป็นของรัฐและรัฐมีหน้าที่ในการดูแลรวมถึงชดใช้ความเสียหายที่เกิดจากสัตว์ป่ารวมถึงช้างป่าได้ตามกฎหมาย ในกรณีของประเทศไทยสัตว์ป่าไม่ถูกกำหนดสถานะให้เป็นทรัพย์สินของรัฐตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 เพียงแต่กำหนดให้สัตว์ป่ารวมทั้งช้างป่าเป็นของทุกประชาชนทุก ๆ คนโดยให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชภายใต้การดำเนินการตามพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2504 มีหน้าที่ปกป้อง คุ้มครองและรักษาช้างป่า ทั้งนี้ในกรณีที่ช้างป่าก่อให้เกิดความเสียหายต่อพื้นที่เกษตรกรรมและทรัพย์สินของประชาชนนอกพื้นที่เขตป่าอนุรักษ์ ประชาชนผู้ได้รับผลกระทบกลับไม่สามารถเยียวยาความเสียหายได้อย่างเหมาะสมและเป็นธรรม ซึ่งจากการศึกษาพบว่า ทั้งพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 และพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2504 ไม่ได้มีมาตรการทางกฎหมายที่เพียงพอในการให้ความช่วยเหลือและเยียวยาความเสียหายให้แก่ประชาชน อีกทั้งในการจ่ายค่าเสียหายและค่าชดเชยให้แก่ประชาชนนั้นเป็นการจ่ายผ่านกองทุนอาหารช้างป่าแห่งประเทศไทยซึ่งเป็นองค์กรเอกชนซึ่งมิใช่กองทุนของภาครัฐในการจัดสรรงบประมาณในการจ่ายค่าเสียหายและค่าชดเชยให้แก่ประชาชนซึ่งส่งผลให้ประชาชนไม่ได้รับความเป็นธรรมในการจ่ายเงินเยียวยาและเป็นผลให้ปัญหาความขัดแย้งระหว่างช้างป่ากับคนยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างมีประสิทธิภาพ
Citations (0)
No citations found
Mentions (0)
No mentions found
Metrics Over Time
Publication Details
Subfield
Ecology
Field
Environmental Science
Domain
Physical Sciences
Confidence Score
42%
Source
Scholar Data Model