การพัฒนาการเมืองภาคพลเมืองกับกระบวนการพัฒนาประชาธิปไตยชุมชน: กรณีศึกษา ตำบลนาชุมแสง อำเภอภูเวียง จังหวัดขอนแก่น
Description
การศึกษาครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการพัฒนาการเมืองภาคพลเมืองและกระบวนการพัฒนาประชาธิปไตยชุมชน ตำบลนาชุมแสง อำเภอภูเวียง จังหวัดขอนแก่น เพื่อศึกษาเปรียบเทียบความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับการพัฒนาการเมืองภาคพลเมืองและกระบวนการพัฒนาประชาธิปไตยชุมชน ตำบลนาชุมแสง อำเภอภูเวียง จังหวัดขอนแก่น และเพื่อศึกษาปัญหา ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการพัฒนาการเมืองภาคพลเมืองและกระบวนการพัฒนาประชาธิปไตยชุมชน ตำบลนาชุมแสง อำเภอภูเวียง จังหวัดขอนแก่น ดำเนินการวิจัยโดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสม (Mixed Methods) ซึ่งประกอบด้วยการวิจัยเชิงคุณภาพและการวิจัยเชิงปริมาณ ผลการวิจัยจากข้อมูลเชิงคุณภาพ พบว่า การพัฒนาการเมืองภาคพลเมืองส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับการมีส่วนร่วม การตัดสินใจและการดำเนินกิจกรรม โครงการพัฒนาของประชาชนร่วมกับ อบต. องค์กรพัฒนาเอกชน หน่วยงานภาครัฐในพื้นที่ระดับอำเภอ รวมทั้งทุนทางสังคม วัฒนธรรมที่เกี่ยวข้องกับประเพณีความเชื่อ ความศรัทธา สำหรับกระบวนการพัฒนาประชาธิปไตยชุมชนเกี่ยวข้องกับกระบวนการพัฒนาของชุมชน ร่วมกับ อบต. การสนับสนุนจากองค์กรภายนอกชุมชน (สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนและสำนักงานพัฒนาการเมือง สถาบันพระปกเกล้า ตั้งแต่ พ.ศ. 2551-2553) นอกจากนี้พบว่า บทบาทของผู้นำชุมชน (นายก อบต. สมาชิก อบต. ผู้ใหญ่บ้านบางคน พระสงฆ์บางรูป ครูอาจารย์ที่เป็นแกนนำชุมชน) มีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนกระบวนการพัฒนาการเมืองภาคพลเมืองและประชาธิปไตยชุมชนจากข้อมูลเชิงปริมาณ พบว่า ผู้ให้ข้อมูลส่วนใหญ่ในพื้นที่ตำบลนาชุมแสง กว่าร้อยละ 56.8 มีความเห็นเกี่ยวกับการพัฒนาการเมืองภาคพลเมืองของตำบลในระดับปานกลาง ซึ่งเป็นแบบแผนเดียวกันในทุกกลุ่มช่วงอายุ อย่างไรก็ตามผู้ให้ข้อมูลอายุระหว่าง 18-29 ปี มีความเห็นเกี่ยวกับการพัฒนาการเมืองภาคพลเมืองของตำบลในระดับสูง มากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 31.1 รองลงมาคือ กลุ่มอายุระหว่าง 40 - 49 ปี คิดเป็นร้อยละ 16.7 และเป็นที่น่าสังเกตว่า มีจำนวนร้อยละใกล้เคียงกับความเห็นเกี่ยวกับการพัฒนาการเมืองภาคพลเมืองของตำบลในระดับต่ำคิดเป็นร้อยละ 15.4 สำหรับกระบวนการพัฒนาประชาธิปไตยชุมชนของตำบล พบว่า ผู้ให้ข้อมูลส่วนใหญ่ในตำบลนาชุมแสงมีความเห็นเกี่ยวกับกระบวนการพัฒนาประชาธิปไตยชุมชนของตำบลในระดับปานกลาง โดยเฉพาะในกลุ่มอายุระหว่าง 51-59 ปี มากที่สุดคิดเป็นร้อยละ 76.0 และผู้ให้ข้อมูลอายุ 60 ปีขึ้นไป รองลงมา คิดเป็นร้อยละ 69.8 ส่วนอายุระหว่าง 30-39 ปี และอายุระหว่าง 18-29 ปี มีความเห็นเกี่ยวกับกระบวนการพัฒนาประชาธิปไตยชุมชนของตำบลในระดับสูง มากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 25.9 และ 25.7 ตามลำดับ และเป็นที่น่าสังเกตว่า ผู้ให้ข้อมูลอายุระหว่าง 30-39 ปี และกลุ่มอายุระหว่าง 40-49 ปี มีความเห็นเกี่ยวกับกระบวนการพัฒนาประชาธิปไตยชุมชนของตำบลในระดับต่ำ มากที่สุด คือ ร้อยละ 12.3 และ 11.5 ตามลำดับปัญหาและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการพัฒนาการเมืองภาคพลเมืองและกระบวนการพัฒนาประชาธิปไตยชุมชน พบว่า ต้องสร้างความต่อเนื่องในการพัฒนาการเมืองภาคพลเมือง เช่น การสร้างผู้นำชุมชนรุ่นใหม่ การพัฒนาความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการเมืองภาคพลเมือง ประชาธิปไตยชุมชนและบทบาทของสภาองค์กรชุมชนตำบลร่วมกับประชาชนในตำบลโดยอาศัยการดำเนินกิจกรรมการเมืองภาคพลเมืองและกระบวนการพัฒนาประชาธิปไตยชุมชนแบบประชาชนมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง รวมทั้งการสนับสนุนการดำเนินงานของสภาองค์กรชุมชนตำบลอย่างต่อเนื่องหรือเป็นระยะๆ จากองค์กรภายนอกชุมชน เช่น สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน กองทุนพัฒนาการเมืองภาคพลเมืองและองค์กรภาครัฐในพื้นที่ นอกจากนี้ประชาชนในพื้นที่สนับสนุนให้มีการกระจายอำนาจการปกครองท้องถิ่นเพื่อการจัดการตนเองมากขึ้น
Citations (0)
No citations found
Mentions (0)
No mentions found
Metrics Over Time
Publication Details
Subfield
Artificial Intelligence
Field
Computer Science
Domain
Physical Sciences
Confidence Score
47%
Source
Scholar Data Model