การประเมินผลโครงการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินให้แก่เกษตรกรสภาประชาชน 4 ภาค: กรณีศึกษา จังหวัดปราจีนบุรี
View DatasetDescription
การประเมินผลโครงการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินให้แก่เกษตรกรสภาประชาชน 4 ภาค กรณีศึกษา จังหวัดปราจีนบุรี เป็นการศึกษาผลการดำเนินโครงการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินให้แก่เกษตรกรสภาประชาชน 4 ภาค ในพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรีโดยใช้รูปแบบการประเมิน CIPP ของ Daniel L.Stufflebeam รวมทั้งศึกษาปัญหาและอุปสรรคของการดำเนินโครงการ เพื่อนำผลที่ได้มาเสนอแนะแนวทางการปรับปรุง และพัฒนาการดำเนินโครงการ การศึกษาใช้วิธีการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) ในลักษณะรูปแบบการวิจัยเชิงประเมิน (Evaluation Research) ใช้การสัมภาษณ์เป็นเครื่องมือในการเก็บข้อมูลจากอดีตเจ้าหน้าที่และเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบโครงการ จำนวน 5 ราย ใช้วิธีการสนทนากลุ่ม (Focus group) เพื่อเก็บข้อมูลจากเกษตรกรที่ได้รับการจัดที่ดินในพื้นที่ จังหวัดปราจีนบุรี ใช้วิธีการสังเกต (Observation) เพื่อเก็บข้อมูลสภาพความเป็นอยู่ของเกษตรกร สภาพการใช้ประโยชน์ในที่ดินิ วิเคราะห์เนื้อหา (Content analysis) โดยใช้แนวทางการประเมินผลแบบ CIPP ในประเด็นด้านบริบทสภาวะแวดล้อม (Context) ด้านปัจจัยนำเข้า (Input) ด้านกระบวนการ (Process) และด้านผลผลิต (Product) จากนั้นนำเสนอผลการศึกษาในลักษณะการพรรณนา (Descriptive) จากผลการศึกษาสามารถสรุปได้ดังนี้1. การประเมินผลโครงการ ในประเด็นด้านบริบทสภาวะแวดล้อม (Context) โครงการแก้ไขปัญหาที่ดินทำให้กินให้แก่เกษตรกรสภาประชาชน 4 ภาค เป็นการดำเนินงานตามมติ ครม. เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2552 ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลในขณะนั้น ที่ให้ความสำคัญกับปัญหาการไม่มีที่ดินทำกินของเกษตรกร และสอดคล้องภารกิจหน้าที่ของ ส.ป.ก. ซึ่งมีภารกิจดำเนินงานปฏิรูปที่ดินเพื่อช่วยเหลือให้เกษตรกรผู้ไม่มีที่ดินของตนเอง โดยใช้วิธีการจัดซื้อที่ดินเพื่อนำมาให้เกษตรกรได้เช่าซื้อ ขณะที่วัตถุประสงค์ของโครงการสอดคล้องกับความต้องการ (Need) ของเกษตรกร แต่ไม่ครบทุกด้านตามที่เกษตรกรเรียกร้อง และการเกิดขึ้นของโครงการยังไม่ทันต่อสถานการณ์ปัญหาของของเกษตร นอกจากนี้ บริบทที่มีอิทธิพลสำหรับการเกิดขึ้นของโครงการนี้ คือ บริบททางการเมือง ที่เป็นปัจจัยผลักดันให้ฝ่ายรัฐบาลตอบสนองกับการเรียกร้องของประชาชน2. การประเมินผลด้านปัจจัยนำเข้า (Input) พบว่า ส.ป.ก.เป็นหน่วยงานที่มีความพร้อมในการดำเนินโครงการในด้านกฎหมาย แต่ยังไม่มีความพร้อมในด้านบุคลากรและงบประมาณ ขณะที่เกษตรกรที่เป็นกลุ่มเป้าหมายของโครงการยังไม่มีความพร้อมสำหรับการเข้าร่วมโครงการ 3. การประเมินผลด้านกระบวนการ (Process) พบว่าขั้นตอนการดำเนินงานไม่มีความเหมาะสม เนื่องจากมีขั้นตอนจำนวนมาก และการดำเนินงานมีหลายฝ่ายเข้ามามีบทบาทและ มีอำนาจในการตัดสินใจ รวมทั้งหลักเกณฑ์การจัดซื้อที่ดินได้ไม่เกินราคา 60,000 บาท ต่อไร่ เป็นอุปสรรคในการจัดหาที่ดิน ขณะที่หลักเกณฑ์การจัดที่ดินให้เกษตรกรเข้าทำประโยชน์ รายละไม่เกิน 15 ไร่ เป็นหลักเกณฑ์ที่มีความเหมาะสม และเพียงพอสำหรับการดำรงชีวิต4. การประเมินผลด้านผลผลิต (Product) พบว่า การดำเนินโครงการไม่สามารถบรรลุวัตถุประสงค์ของโครงการที่ตั้งไว้ จำนวน 2 ข้อ คือ 1) จัดซื้อที่ดินเอกชนและจัดที่ดินให้กับเกษตรกรสภาประชาชน 4 ภาค ได้เช่าซื้อที่ดินตามกระบวนการปฏิรูปที่ดิน และ 2) เกษตรกรได้มีที่ดินทำกินเป็นของตนเองและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง จากผลสรุปการประเมินโครงการ แสดงให้เห็นว่า โครงการควรยุติการดำเนินโครงการ เนื่อจากไม่สามารถบรรลุวัตถุประสงค์ของโครงการตามที่ตั้งไว้ได้ และยังสร้างผลกระทบ (Impact) ทางลบกับเกษตรกรที่ได้รับการจัดที่ดิน ทำให้เกษตรกรมีหนี้สินเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ผู้ศึกษาเห็นว่าโครงการควรแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น โดยบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ ในรูปแบบ Public Private Partnerships (PPTs) ในด้านการจัดซื้อที่ดิน การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และกรณีที่เกษตรกรมีแนวโน้มจะไม่สามารถชำระค่าเช่าซื้อให้ ส.ป.ก.ได้นอกจากนี้ ควรมีการแก้ไขกฎหมายของ ส.ป.ก. เพื่อลดขั้นตอนการจัดซื้อที่ดิน และการจัดทำโครงการควรมีการประเมินในเบื้องต้นเพื่อหาแนวโน้มความเป็นไปได้ของโครงการ ประสิทธิผลของโครงการและผลประโยชน์ประเทศชาติ ซึ่งจะส่งผลการใช้งบประมาณของรัฐบาลเกิดความคุ้มค่าและเป็นการกระจายเม็ดเงินบประมาณลงไปสู่ระดับรากหญ้าอย่างแท้จริง
Citations (0)
No citations found
Mentions (0)
No mentions found
Metrics Over Time
Publication Details
Subfield
Plant Science
Field
Agricultural and Biological Sciences
Domain
Life Sciences
Confidence Score
55%
Source
Open Alex